Monday, July 22, 2013

มีข่าวมาบอก

สวัสดีครับผม พี่น้องชาวเรือทั้งหลาย และก็ยินดีต้อนรับ น้องใหม่ทุกๆคน ทั้งที่กำลังหางานเรือและก็เร่ิมทำงานเรือมาซักพักนึงแล้ว เอาเป็นว่าลูกเรือไทยเหมือนกันนะแหละครับ ไม่ว่าคุณจะอยู่ของบริษัทไหน หรือว่าทำอะไรอยู่ ไม่ว่างานเรือสำราญหรือว่างานเรือสาขาอื่น พวกเราก็คือ Thaiseaman หรือว่าลูกเรือไทยนะแหละครับผม ยินดีต้อนรับทุกคน แต่ว่าข้อมูลที่มีในบล็อคนี้แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปทางคนที่ทำงานเกี่ยวกับเรือสำราญซะมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วน้าต้องขอบอกไว้ก่อนนะว่าตอนนี้คนทำอาชีพเรือสำราญนั้น บางคนบางแผนกก็ไม่ได้สำราญอะไรมากมายอย่างเมื่อก่อนแล้วแหละ แต่ว่าก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากมาย แบบประมาณว่ายังเอาอยู่ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ทุกส่ิงทุกอย่างบนโลกใบนีี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หน้าที่ของเราๆ ทุกคนก็คือปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้เข้ากับส่ิงต่างๆ รอบๆ ตัวเราที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่ให้ได้แค่นั้นเองครับผม จะคอยให้อะไรรอบๆ ตัวมันเปลี่ยนเข้ามาหาเราคงไม่ได้เสมอไปครับ ถึงเวลาก็ต้องปรับเปลี่ยนกันไปตามยุคครับผม เหมือนกับโทรศัพท์แหละครับ มีอยู่ช่วงนึงที่เราใช้ระบบกดปุ่มกันเสียเคย แต่ว่าพอมีแบบสัมผัสมา ใหม่ๆ ก็ไม่คุ้นกัน เดี๋ยวนี้เป็นงัยล่ะครับผม เด็กอนุบาลก็ยังใช้กันได้เลย เอาเป็นว่าถึงคราวที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และวิธีการใช้ชีวิตกันบ้างก็แค่นั้นเองครับผม อันนี้เป็นแค่ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ จากน้าเองนะ
เอาล่ะครับ วันนี้มีข่าวซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ใหม่อะไรมากมาย แต่เพียงแต่ว่ามันพึ่งจะเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ กับเพื่อนของเราคนนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เอง และก็เลยอยากจะนำเรื่องราวตรงนี้มาเล่าสู่กันฟัง น้าว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนบ้างไม่มากก็น้อย และเชื่อว่าบางคนก็อาจจะเคยเจอเรื่องราวอย่างนี้บ้างแล้วก็เป็นได้
คือว่าเพื่อนของเราคนนี้ กลับมาพักร้อน และระหว่างที่อยู่บ้านนี่เอง ก็แบบว่าได้รับอุบัติเหตุ ก็ค่อนข้างรุนแรงพอสมควร ถึงกับนอนโรงพยาบาลอยู่ 4 วัน และก็ต้องทำการผ่าตัดและเย็บแผลอยู่อีกหลายที่พอสมควร เอาเป็นว่าหนักเอาการ หมดค่ารักษาไปประมาณ 80,000 กว่าๆ เห็นจะได้ เงิน 80,000 บาท นี้ถ้าตอนที่เราๆ ทำงานกันอยู่บนเรือ มันก็ดูเป็นเงินที่ไม่ได้มากอะไรหรอก แต่ก็เชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยซะจนเกินไปนัก แต่ว่าลองถามตัวเองกันทุกคนดูก็แล้วกันว่า เงิน 80,000 บาท ตอนที่เราพักร้อนอยู่บ้านนั้น มันมีค่ามากแค่ไหน อันนี้น้าว่าทุกๆคนที่กำลังพักร้อนอยู่ที่บ้านน่าจะเข้าใจกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะใครที่ต้องพักร้อนอยู่บ้านนานๆ แล้วล่ะก็ มันเยอะมากเลยแหละ ทีนี้เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอว่า เรามีประกันคุ้มครองเราในกรณีที่เราเสียชีวิตเท่านั้น หรือว่าถ้ากลับมารักษาตัวที่บ้านก็ต้องถูกส่งมาจากเรือเท่านั้น เราถึงจะได้รับ ค่ารักษาพยาบาลจากบริษัท นั่นก็คือส่ิงที่เราได้รับรู้มากันเป็นเวลานาน และก็ไม่ค่อยได้เข้าไปดู ไปศึกษามากนัก เพราะเราและรวมถึงน้าเองก็คิดว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา และเราก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นด้วย ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจที่จะไปศึกษาดู แต่ว่าพอเรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ก็เลยต้องมาทำความรู้จักกับสิทธิที่เราพึงมีกันบ้าง
บริษัทที่ทำประกันให้เรานั้น แม้ว่าเราจะไม่ได้จ่ายเงินค่าประกันไปกันนานแล้วก็ตาม แต่ว่าบริษัทยังเป็นผู้จ่ายเงินค่าประกันให้เราอยู่ตลอดจนกว่าเราจะหมดสภาพการเป็นลูกเรือนะแหละ บริษัทที่ว่านี้ก็คือ MHG Insurance Broker คิดว่าชื่อนี้หลายๆคนคงคุ้นเคยกันดี เมื่อหลายปีก่อน ที่เราต้องมาทำเรื่องคำขอเงินค่าประกันของเราคืน ตั้งแต่นั้นมาเราก็แทบจะไม่เห็นหน้า เห็นตามันอีกเลย จนกว่าใครบางคนจะต้องมีเรื่องมีราวให้ได้ติดต่อกับมัน บริษัท MHG นี้่ ก็คือบริษัทที่เป็นตัวแทนในการติดต่อเกี่ยวกับการเอาประกันของลูกเรือของหลายๆ บริษัทว่างั้นเถอะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดและความเป็นมามากกว่านี้ น้าแนะนำให้เข้าไปอ่านไว้หน่อยนึงก็ดีนะ ที่ http://www.mhginsurance.com มีข้อมูลดีๆ และส่ิงที่เราควรจะรู้อีกเยอะแยะในนั้น รู้ไว้ใช่ว่า เอาล่ะครับ กลับมาที่เรื่องของเพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุกันต่อ หลังจากออกจากโรงพยาบาล ตั้งสติได้แล้ว ก็เกิดความรู้สึกว่า เราน่าจะได้รับความคุ้มครองตรงนี้ด้วย เพราะว่าวันที่ประสบเหตุก็อยู่บ้านมาได้แล้วประมาณ เดือนกว่าๆ เอง ก็เลยลองมาคุยกันกับน้า และก็ลองติดต่อเพื่อนๆ ที่อยู่บนเรือ กันอยู่พักนึง และก็ได้คำตอบกลับมาว่า เราต้องติดต่อไปที่ MHG นี่แหละ ก็เลยเร่ิมต้นกระบวนการในการติดต่อขอเคลม ค่ารักษาพยาบาล ต่างๆที่เราได้ใช้จ่ายไป เป็นเงินถึง 80,000 กว่าบาท
ก็เลยเร่ิมต้นเข้าไปใน Web ของ MHG และพอเข้าไปในหน้าแรกก็ให้เข้าไปทางด้านมุมบนขวามือจะมีข้อความว่า Benefits Resource Member Login  ให้คลิกเข้าไปที่นี้แล้วก็ใส่ Username และ Password เหมือน Log in ทั่วไป 
Username คือ princess2
Password คือ princesswave
หลังจากนั้นก็จะเข้ามาอีกหน้านึ่ง ให้เข้าไปทางด้านมุมซ้ายมือเพื่อทำการ Download Claim Form
ลิงค์ที่ชื่อว่า Claims Procedures
แล้วพอเข้าหน้านี้แล้ว ให้คลิกที่ Download Claims Forms [word doc]
ก็จะเข้าไปหน้าสำหรับ โหลด Claims Form สำหรับใครที่มีข้อมูลทุกอย่างอยู่แล้ว ก็สามารถพิมพ์ข้อมูลต่างๆในนั้นให้เสร็จเลย แล้วค่อยปริ่้นออกมา หรือว่าจะปริ้นตัวฟอร์มออกมาก่อนแล้วใส่ข้อมูลให้ครบแล้วค่อยกลับไปพิมพ์ก็ได้ ฟอร์มนี้มีอยู่ 2 หน้า ก็เป็นข้อมูลของผู้ป่วย และข้อมูลทางการแพทย์ และก็ข้อมูลของลักษณะอาการ ที่ต้องกรอกให้ละเอียดพอสมควร ดูให้ดีๆ ที่ละหัวข้อ หลังจากกระบวนการตรงนี้เสร็จเรียบร้อย ก่อนที่จะทำการส่ง E-mail ไปที่ customerservice@gmmusa.com ให้เตรียมเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เน้นนะครับว่าต้องมีชื่อเป็นภาษา English ในใบเสร็จด้วย  และก็หนังสือรับรองของนายแพทย์ที่ดูแลอาการ [English นะครับ] แล้วก็ Claims Form ที่พิมพ์ข้อมูลเรียบร้อยสมบูรณ์พร้อมลายเซ็นต์ของผู้ป่วย [แนะนำว่าให้เซ็นต์ชื่อให้เหมือนกับใน Passport] ให้เป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ทำการแสกนไฟล์เพื่อส่งหลักฐานไปยัง E-mail ด้านบน โดยใน E-mail นั้นก็ควรจะระบุตัวตนให้ชัดเจนหน่อยก็แล้วกันประมาณว่า

ชื่อ- นามสกุล
หมายเลขพนักงาน
บริษัทที่ทำงาน
ประเทศ
ลักษณะของการประสบเหตุ
เอกสารที่ส่งมาประกอบ
และข้อมูลที่คิดว่าจำเป็นในการแจ้งเหตุของแต่ละคน

หลังจากส่ง E-mail เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการโทรไปแจ้งด้วยก็จะเป็นการดี โดยสามารถโทรไปได้ที่เบอร์นี้ครับ +1 954 370 6404 โทรได้ตลอดนะ เขาบอกมา วันนั้นลองโทรไปตอน 6 โมงเย็นบ้านเรา ที่โน่นก็น่าจะประมาณ 6 โมงเช้า มันก็มีคนรับอยู่นะ ใช่ครับผม มันเป็นเบอร์ต่างประเทศ แนะนำว่าสมัครแพ็คเก็จโทรเมืองนอกราคาประหยัดก่อนนะครับผม เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตรงนี้แล้ว ที่นี้ก็คอยการตอบรับ และการพิจารณาของทางบริษัท ประมาณ 3-5 วันทำการ พูดง่ายๆว่า ประมาณหนึ่งอาทิตย์นะแหละ ครับผม ตอนนี้เรื่องของเพื่อนของเราก็ยังไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์เหมือนกัน พึ่งสดๆ ร้อนๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวอีก 2-3 วันถ้าได้เรื่องยังงัย น้าจะกลับมาอัปเดทกันให้รู้ถึงขั้นตอนต่อไป กันอีกรอบก็แล้วกันนะครับ
เรื่องการเกิดอุบัติเหตุนี่ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดหรอกครับผม แต่ว่าถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วเราจะทำและจัดการกับมันยังงัยนี่ซิ เป็นเรื่องท่ีน่าจะรู้เอาไว้ครับผม
แล้วเจอกันนะครับ ก่อนจากเอารูปสวยๆงามๆ มาฝากน้องใหม่กันครับ คนเก่าๆ คงเห็นกันมาจนเบื่อแล้ว

ชุดนี่เป็นรูปเรือของแต่ละบริษัท ครับผม จอดในที่ต่างๆ กันบางรูป บอกตรงๆ ว่าจำไม่ได้เหมือนกันว่ามันที่ไหน เอาเป็นว่าเอามาให้ดูกันแก้เซ็งก็แล้วกันนะครับ

คุ้นๆ ว่าเป็นที่ Aruba

พี่เล็ก กับพี่ใหญ่ เจอกัน

อันนี้ก็ไม่มั่นใจว่าอยู่ที่ไหน

Ocean princess เมื่อ 2 ปีกว่าได้แล้ว

นี่ก็อีกหนึ่งที่ ที่จำไม่ได้แล้ว 

น่าจะเป็นที่ St. Kitts แถวๆ Caribbean 

อีกมุมนึง

บั้นท้ายอันมีสเน่ห์ และเป็นจุดเด่นของบริษัทไปเลย

Moby เรือข้ามฝากแถวๆ  Italy ตกแต่งลวดลายซะ

นี่ก็เป็นเรือสำราญท้องถ่ิน ดูจากสภาพแล้วน่าจะอายุมากกว่าเราอย่างแน่นอน
เอาล่ะครับฝากกันไว้แค่นี้ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวกลับมาต่อกันตอนจบเกี่ยวกับการเคลมประกันตอนที่เรายังพักร้อนอยู่ครับผม 

No comments:

Post a Comment